บทความ / กับดักตัวเลข
ยอดขายไม่ใช่เงินที่เข้าบัญชี: สี่อย่างที่หายไประหว่างทาง
ยอดขายใน Seller Centre คือของที่ลูกค้าสั่ง ส่วนเงินที่เข้าบัญชีมาจากอีกไฟล์หนึ่ง คือใบแจ้งยอดหรือรายงานรายรับ สองตัวเลขนี้ไม่เคยเท่ากัน และส่วนต่างไม่ได้มีแค่ค่าคอม
1. ออเดอร์ที่ยกเลิกหรือคืนสินค้า
ออเดอร์ที่ถูกยกเลิกหลังสั่งไม่มีวันได้เงิน แต่ยังอยู่ในไฟล์คำสั่งซื้อ ถ้ารวมทุกบรรทัดโดยไม่กรองสถานะ ยอดขายจะสูงกว่าความจริง
การคืนสินค้าซ่อนตัวเก่งกว่านั้น บน Shopee ออเดอร์ที่ลูกค้าคืนยังขึ้นสถานะ สำเร็จแล้ว
ต้องดูอีกคอลัมน์คือ สถานะการคืนเงินหรือคืนสินค้า ถ้าขึ้นว่า คำขอได้รับการยอมรับแล้ว
แทบทุกครั้งแปลว่าของกลับมาทั้งออเดอร์ ในการตรวจของเรา 116 จาก 118 ออเดอร์เป็นแบบนั้น
2. ส่วนลด ต้องแยกว่าใครจ่าย
ส่วนลดที่ร้านออกเอง ทั้งการตั้งราคาขายต่ำกว่าราคาตั้งและโค้ดของร้าน หักออกจากเงินที่ร้านได้ ส่วนโค้ดที่แพลตฟอร์มออกให้ ลูกค้าจ่ายน้อยลงก็จริง แต่แพลตฟอร์มจ่ายส่วนต่างนั้นเอง ถ้าเอาส่วนลดทุกแบบมารวมเป็นก้อนเดียว จะสรุปผิดว่าโปรโมชันกินเงินร้านมากกว่าที่เป็นจริง
ไฟล์คำสั่งซื้อของ Shopee มีกับดักอีกสองข้อ
- คอลัมน์โค้ดส่วนลด ทั้งของร้านและของ Shopee เป็นยอดต่อออเดอร์ แต่พิมพ์ซ้ำทุกบรรทัดในออเดอร์นั้น รวมทั้งคอลัมน์ตรงๆ จะได้โค้ดของร้านเกินจริง 46% และโค้ดของ Shopee เกิน 36% (ไฟล์ 7 วันของร้านหนึ่ง)
- คอลัมน์
ส่วนลดจากการใช้เหรียญนับเป็นเหรียญ ไม่ใช่บาท 100 เหรียญเท่ากับ 1 บาท รวมเป็นบาทเมื่อไหร่ เกินไป 100 เท่า
ใบแจ้งยอดก็นับคนละฐานกับยอดขาย บรรทัดรายได้ในใบแจ้งยอดของ Shopee และ TikTok เริ่มจากราคาตั้ง ไม่ใช่ราคาที่ขายจริง จึงมากกว่ายอดขายใน Seller Centre เสมอ แล้วค่อยหักส่วนลดฝั่งร้านออกทีหลัง ร้านเดียวกันนี้ ส่วนลดฝั่งร้านในใบแจ้งยอดคือ 38% ของบรรทัดรายได้ ซึ่งก็คือ 32 + 6 ข้างบนนั่นเอง
3. ค่าธรรมเนียม
ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ค่าบริการของโปรแกรมที่ร้านเข้าร่วม และค่าคอมของนายหน้า (affiliate) ถูกหักในใบแจ้งยอดทีละออเดอร์ ไม่อยู่ในไฟล์คำสั่งซื้อเลย
ค่าโฆษณาไม่อยู่ในใบแจ้งยอด ต้องหักเองจากรายงานโฆษณาอีกไฟล์
4. เงินของเดือนนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่เข้า
แพลตฟอร์มโอนเงินหลังของถึงมือลูกค้า บางเจ้ารอให้พ้นช่วงคืนสินค้าก่อน ออเดอร์หนึ่งจึงต้องรอเป็นวันถึงหลายสัปดาห์ ออเดอร์ปลายเดือนไปได้เงินเอาเดือนถัดไป
ผลที่ตามมา ถ้าเอาค่าโฆษณาทั้งเดือนไปหักจากเงินที่เข้ามาแล้วของเดือนนี้ เดือนที่มีกำไรจะดูเหมือนขาดทุน เพราะอีกข้างมีเงินเข้ามาแค่บางส่วน
อีกเรื่องคือวันที่ ใบแจ้งยอดนับตามวันที่เงินเข้า ไม่ใช่วันที่สั่ง ยอดของเดือนเดียวกันจึงไม่เท่ากันแล้วแต่ว่านับแบบไหน ร้านหนึ่ง รายได้ TikTok เดือนพฤษภาคม นับตามวันสั่งซื้อได้ 315,819 บาท นับตามวันเงินเข้าได้ 284,649 บาท ต่างกันราว 10% โดยที่ไม่มีตัวเลขไหนผิด
เทียบเองใน Excel
- เลือกเดือนที่ปิดไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งเดือน อย่าใช้เดือนนี้ เพราะเงินยังเข้าไม่ครบ
- จากไฟล์คำสั่งซื้อ รวมยอดขายของเดือนนั้น ตัดออเดอร์ที่ยกเลิกออก คอลัมน์ที่เป็นยอดต่อออเดอร์ให้นับครั้งเดียวต่อออเดอร์
- จากใบแจ้งยอดหรือรายงานรายรับ เลือกเฉพาะออเดอร์ที่สั่งในเดือนนั้น โดยใช้คอลัมน์วันที่สั่งซื้อในใบแจ้งยอด แล้วรวมเงินที่ได้รับ
- หาหมายเลขคำสั่งซื้อที่อยู่ในไฟล์คำสั่งซื้อแต่ไม่อยู่ในใบแจ้งยอด ส่วนนี้คือออเดอร์ที่ถูกยกเลิก หรือยังไม่ได้เงิน
- เงินที่ได้รับ ÷ ยอดขาย คือส่วนที่ร้านได้จริงของเดือนนั้น ถ้าเดือนไหนลดลง ให้ไล่ดูว่าส่วนลดหรือค่าธรรมเนียมตัวไหนโตขึ้น
อรุณบอร์ดจัดการยังไง
หน้า โปรโมชันและค่าธรรมเนียม อ่านใบแจ้งยอดของทั้งสามแพลตฟอร์ม
- แยกส่วนลดตามคนจ่ายเท่าที่แพลตฟอร์มให้ข้อมูล แยกค่าธรรมเนียมตามประเภท และแสดงเงินที่ได้รับจริงเทียบกับยอดขาย
- เลือกได้ว่าจะนับเข้าเดือนตามวันสั่งซื้อหรือวันเงินเข้า
- บอกว่าใบแจ้งยอดของเดือนนั้นครอบคลุมออเดอร์ที่ไม่ถูกยกเลิกกี่เปอร์เซ็นต์ และเตือนเมื่อค่าโฆษณาทั้งเดือนถูกหักจากเดือนที่เงินยังเข้าไม่ครบ
- ตอนเก็บข้อมูล โค้ดส่วนลดที่ Shopee พิมพ์ซ้ำทุกบรรทัดถูกแบ่งตามสัดส่วนยอดของแต่ละบรรทัดครั้งเดียว ส่วนออเดอร์ที่ยกเลิก และบรรทัดที่ลูกค้าคืนครบทุกชิ้น ไม่นับเป็นยอดขาย
หน้า P&L รายสินค้า บอกเงินที่แต่ละสินค้าได้รับจริงหลังส่วนลด ค่าธรรมเนียม และโฆษณา ส่วนหน้า กระทบยอดการเงิน ออกไฟล์กระทบยอดให้ฝ่ายบัญชี เลือกช่วงวันแล้วดาวน์โหลด
เปิดหน้า โปรโมชันและค่าธรรมเนียม (Promotion & fees) ในเดโม ตัวเลขในเดโมเป็นข้อมูลสมมติทั้งหมด